บริการ ติดตั้งเครื่องเสียงรถยนต์

วิธีเลือกซื้อ “จอแอนดรอยด์ติดรถยนต์” ให้เหมาะกับการใช้งาน

จอแอนดรอยด์ติดรถยนต์ คืออะไร

จอแอนดรอยด์ติดรถยนต์ คือ ระบบหน้าจอที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตผ่านระบบปฏิบัติการ Android เป็นเสมือน แท็บเล็ต แต่มีความแตกต่างจากแท็บเล็ตที่ตัวเครื่องและฟังก์ชั่นต่าง ๆ จะถูกออกแบบมาสำหรับใช้กับรถยนต์โดยเฉพาะ อย่างเช่น การเชื่อมต่อกับเครื่องเสียงรถยนต์, มี GPS ในตัว, เชื่อมต่อกล่องทีวีดิจิทัลได้, รับวิทยุ FM ได้ การเชื่อมต่อกับกล้องมองหลัง การมีระบบบันทึกภาพจากกล้องวิดีโอติดหน้ารถยนต์โดยตรง มี GPS ในตัว

คุณสมบัติของจอแอนดรอยด์ติดรถยนต์

หากจะบอกว่ามันทำได้แทบทุกอย่างที่มือถือทำได้ก็คงไม่เกินจริงนัก โดยฟังก์ชันหลักที่ผู้ใช้นิยม ได้แก่

  • Entertainment Hub ดูหนังผ่าน YouTube, Netflix, Disney+ Hotstar หรือฟังเพลงผ่าน YouTube Music และ Spotify
  • Navigation นำทางด้วย Google Maps พร้อมระบบแจ้งเตือนด่านหรืออุบัติเหตุจากแอปฯ Waze
  • Split Screen ฟังก์ชันแยก 2 หน้าจอ เช่น ฝั่งซ้ายเปิดแผนที่นำทาง ฝั่งขวาเปิด YouTube ให้คนนั่งข้างดู
  • Communication รับสาย-โทรออกผ่านระบบ Bluetooth หรือใช้งานแอปฯ Line (พิมพ์ด้วยเสียง)
  • Vehicle Monitoring เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ OBD2 เพื่อตรวจสอบสถานะเครื่องยนต์ ความร้อน หรือแรงดันลมยาง (TPMS)
  • Smartphone Integration รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto เพื่อความสะดวกในการเชื่อมต่อมือถือแบบไร้สาย

จอแอนดรอยด์ แตกต่างจากจอเดิมที่ติดมากับรถอย่างไร?

หัวข้อเปรียบเทียบ จอเดิมจากโรงงาน (OEM) จอแอนดรอยด์ (Android Head Unit)
ระบบปฏิบัติการ ระบบปิด (Linux, WinCE หรือค่ายรถพัฒนาเอง) ระบบเปิด (Android OS) ยืดหยุ่นสูง
การใช้งานแอปพลิเคชัน จำกัดเฉพาะแอปฯ ที่ติดตั้งมาให้ ไม่สามารถลงเพิ่มได้ อิสระ ดาวน์โหลดแอปฯ ได้จาก Google Play Store
ระบบนำทาง (Navigation) แผนที่ออฟไลน์ อัปเดตยากและมักมีค่าใช้จ่าย Google Maps / Waze อัปเดตแบบ Real-time ฟรี
ความบันเทิง ฟังเพลง, วิทยุ, Bluetooth (พื้นฐาน) ดู YouTube, Netflix, Disney+, Spotify ได้โดยตรง
ความเร็วในการประมวลผล สเปกจำกัด เน้นความเสถียรแต่อาจจะช้า เลือกสเปกได้สูง (เช่น RAM 8GB, CPU 8-Core) ลื่นไหลกว่า
การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ส่วนใหญ่ทำไม่ได้ (ยกเว้นรถรุ่นใหม่ที่มี Sim ในตัว) รองรับ Wi-Fi, Hotspot หรือใส่ SIM Card 4G/5G ได้
การปรับแต่ง (Customization) ปรับแต่งหน้าจอหรือเมนูไม่ได้ เปลี่ยน Launcher, Wallpaper และ Widget ได้ตามใจ
การสะท้อนหน้าจอมือถือ บางรุ่นรองรับ CarPlay / Android Auto รองรับครบถ้วน ทั้งแบบเสียบสายและไร้สาย (Wireless)

ประเภทของจอแอนดรอยด์และรูปแบบการใช้งาน

ก่อนการเลือกซื้อ เราควรทราบว่าจอแอนดรอยด์มีกี่รูปแบบ เพื่อให้เหมาะกับรถของเรา

  1. จอแบบ Universal (แบบทั่วไป) มักมีขนาดมาตรฐาน 7 นิ้ว, 9 นิ้ว หรือ 10 นิ้ว สามารถติดตั้งได้กับรถเกือบทุกรุ่นโดยการเปลี่ยน หน้ากากวิทยุ ให้ตรงรุ่นรถนั้นๆ
  2. จอแบบตรงรุ่น (OEM Fit) ถูกออกแบบมาให้มีรูปร่างและปลั๊กไฟตรงกับรถรุ่นนั้นๆ โดยเฉพาะ ติดตั้งได้แนบเนียนเหมือนมาจากโรงงาน ไม่ต้องตัดต่อสายไฟ
  3. จอแบบ Tesla Style (แนวตั้ง) จอขนาดใหญ่พิเศษที่รวมระบบควบคุมแอร์และระบบของรถไว้ในจอเดียว ให้ความรู้สึกหรูหราและล้ำสมัย
  4. จอแบบพับหรือจอเพดานแอนดรอยด์ เหมาะสำหรับรถครอบครัวหรือรถตู้ เพื่อให้ผู้โดยสารตอนหลังได้รับความบันเทิงอย่างเต็มที่

วิธีเลือกซื้อจอแอนดรอยด์ติดรถยนต์ ให้เหมาะกับการใช้งานและคุ้มค่าที่สุด

วิธีการเลือกซื้อจอแอนดรอยโดยหลักแล้วเราจะมีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง 4 ข้อด้วยกัน คือ 

1.เช็กขนาดกับคอนโซลหน้ารถ

การเช็กขนาดกับคอนโซลหน้ารถ จะช่วยทำให้การติดตั้งจอแอนดรอยติดรถยนต์ของคุณสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมุมมองของผู้ขับขี่กับการใช้งาน สัดส่วนที่พอดีกันกับคอนโซลหน้ารถ หรือบางรุ่นอาจมีจอเก่าอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการเปลี่ยน ก็สามารถอ้างอิงจากกรอบจอเดิมเพื่อหาขนาดที่เหมาะสมได้เช่นเดียวกัน

2. ตรวจสอบสเปกที่ต้องการ

ถัดมาเป็นการตรวจสอบสเปกที่เราต้องการ เนื่องจากจอแอนดรอยที่เราเปรียบเทียบเหมือนกับแท็บเล็ต แปลว่าจะต้องมีการประมวลผลจากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญ เช่น CPU, RAM และ ROM เป็นต้น ซึ่งในแต่ละส่วนต่าง ๆ ที่ประกอบเข้าด้วยกัน จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของจอแอนดรอยในแต่ละรุ่น สำหรับคนที่ยังไม่ทราบหน้าที่ของแต่ละชิ้นส่วน สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ดังนี้

  • CPU เป็นหน่วยประมวลผลกลางของตัวจอ ตัวที่สามารถสั่งการระบบต่าง ๆ ยิ่งสเปกตรงนี้สูง ก็สามารถเพิ่มขีดจำกัดการทำงานของจอแอนดรอยได้มากขึ้น
  • RAM หน่วยความจำหลักที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพเรื่องความเร็วในการทำงาน 
  • ROM หน่วยความจำที่ใช้สำหรับอ่านข้อมูล พูดง่าย ๆ ก็คือพื้นที่ในการรองรับข้อมูล การติดตั้งแอปพลิเคชันบนจอแอนดรอยของเรา ช่วยให้เรามีโอกาสเก็บเพลง หรือหนังบนจอที่รองรับได้เลย

หากยังไม่เข้าใจเรื่องสเปกจอแอนดรอยมากเท่าไหร่นัก ขอแนะนำเลยว่าควรสอบถามทางร้าน อู่ หรือศูนย์บริการที่เราเลือกซื้อจอให้ละเอียด ให้เจ้าหน้าที่ช่วยอธิบายเสริมความเข้าใจ เพราะถ้าเราไม่ดูเรื่องสเปกภายใน อาจทำให้ได้จอที่มีประสิทธิภาพต่ำ ติดตั้งไปใช้งานก็จะทำให้รู้สึกน่าหงุดหงิดใจได้

3. แบรนด์หรือยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ

แบรนด์หรือยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ โดยปกติแล้วจอแอนดรอยมีการผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้เราอาจรู้จักแบรนด์ทั้งหมดไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่สามารถทำได้ง่ายที่สุด คือ การหารีวิวแต่ละแบรนด์เพื่อทำการศึกษา เปรียบเทียบ และดูข้อมูลการใช้งานก่อนตัดสินใจซื้อจริง

4 .เงื่อนไขการรับประกันสินค้า

ท้ายที่สุดเพื่อให้คุณได้ของดีมีคุณภาพ พร้อมยืนยันมาตรฐานการใช้งานแบบไร้กังวลใจ แนะนำให้เลือกสินค้าที่มีการรับประกันสินค้าเอาไว้ด้วย เช่น สามารถให้ช่างเข้าไปตรวจสอบฟรีหากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น สามารถเข้ามาซ่อมที่ร้านได้ฟรีไม่จำกัดครั้งภายใน 6 เดือน เป็นต้น การทำแบบนี้ลูกค้าจะกล้าซื้อซึ่งคุณเองก็สบายใจได้ ดีกว่าร้านไม่มีรับรองอะไรเลย แถมหากหน้าจอใช้งานไม่ได้ก็หากที่ปรึกษายากอีก

บทสรุป

การเลือกจอแอนดรอยด์ติดรถยนต์ ให้เหมาะกับการใช้งาน ไม่ใช่การเลือกตัวที่แพงที่สุดหรือถูกที่สุด แต่คือการเลือกสเปกที่ “พอดี” กับความต้องการใช้งาน หากคุณเน้นแค่ดูแผนที่และฟังเพลง สเปก RAM 4GB/ROM 32GB พร้อมจอ IPS ก็เพียงพอแล้ว 

หากคุณต้องการติดตั้งจอแอนดรอยด์ติดรถยนต์ ที่ เอจี ออโต้คาร์ เครื่องเสียงและประดับยนต์ ระยอง มีจอแอนดรอยด์หลายแบบให้คุณได้เลือก พร้อมทีมช่างที่พร้อมจะให้คำแนะนำ และติดตั้ง ที่จะเปลี่ยนรถคุณให้พรีเมียมกว่าใคร